ข่าว

FPS หรือ Frame Rate คืออะไร สำคัญยังไง จำเป็นแค่ไหนไปดูกัน!

สำหรับคำว่า FPS อาจจะเป็นคำที่นักเล่นเกมมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งชื่อเต็มๆ ของมันก็คือ Frame Per Second หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า frame rate นั่นเองค่ะ

สำหรับคำว่า FPS อาจจะเป็นคำที่นักเล่นเกมมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งชื่อเต็มๆ ของมันก็คือ Frame Per Second หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า frame rate นั่นเองค่ะ ซึ่งเฟรมเรทในที่นี้ก็จะหมายถึงอะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ 

FPS หรือ Frame Rate คืออะไร? 

Frame Rate

สำหรับ Frame Per Second หรือในที่นี้เราจะเรียกกันสั้นๆว่า เฟรมเรท ซึ่งเฟรมเรทนี้ก็คือจำนวนเฟรม (จำนวนภาพนิ่ง) โดยมีหน่วยเป็น per second (กี่ภาพต่อวินาที) เช่น 30 FPS คือ ใน 1 วินาทีจะมีภาพนิ่งต่อเนื่องกัน 30 ภาพ เครื่องคอนโซลมักถูกจำกัดไว้เท่านี้ในขณะที่ PC จะไม่ถูกจำกัด

ในส่วนของเกมจะจำกัดโดยผู้เล่นตั้ง V-Sync ไว้ ซึ่งโดยปกติมักจะจำกัดไว้ที่ 60 FPS เนื่องจากสายตาคนเราแยกแยะออกก็ได้เพียงเท่านี้ อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงเริ่มจับความสัมพันธ์ของคำว่าเฟรมเรตกับภาพเคลื่อนไหวกันได้บ้างแล้ว ยิ่งจำนวนเฟรมภาพภายในหนึ่งวินาทีมากเท่าไหร่ ภาพเคลื่อนไหวดังกล่าวก็จะดูลื่นไหลไม่สะดุดตามากขึ้นเท่านั้น เพราะความละเอียดของการเคลื่อนไหวก็จะมากขึ้นตามจำนวนภาพไปด้วย แต่ในทางกลับกัน หากจำนวนเฟรมภาพภายในหนึ่งวินาทีมีน้อยเท่าไหร่ ภาพเคลื่อนไหวที่ว่าก็อาจจะดูข้ามไปข้ามมากระตุกตึกๆๆๆ เหมือนภาษาที่ชาวเกมเมอร์เรียกกันสั้นๆว่า เกมแล็ก นั่นเองละค่ะ

มีประโยชน์ยังไง ?

ถ้าถามว่ามีประโยชน์ยังไงบ้าง แอดมินก็คงจะต้องบอกอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแหละค่ะ ว่าเฟรมเรทนั้นมีประโยชน์ในเรื่องของความลื่นไหลของภาพ ยิ่งเกมไหนมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา หรือเน้นท่าทางก็จะทำให้ภาพนั้นดูต่อเนื่อง สวยงาม ไม่โดดข้ามเฟรมจนเกินไปก็ควรต้องมีเฟรมเรทสูงๆ แต่ถ้าเฟรมเรทต่ำๆ อาจเพราะกำลังเครื่องไม่ถึงจะทำให้เฟรมเรทตกภาพจะดูกระตุกๆ ไม่ต่อเนื่องอาจจะทำให้เสียอารมณ์ได้ค่ะ

เฟรมเรตเท่าไรถึงจะเรียกว่าลื่นไหล ?

 

โดยปกติสายตาของคนเราจะมองเห็นภาพได้ที่ราวๆ 24 fps ถ้าเกินกว่านั้นก็จะมองเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว เช่น วิดีโอ ส่วนทีวีในบ้านเราที่ใช้ระบบ PAL นั้น มีเฟรมเรตอยู่ที่ 25 fps ซึ่งในวงการเกมจะยึดที่ 30 fps จึงจะถือว่าภาพลื่นในระดับหนึ่ง ถ้ายิ่งสูงกว่านั้นก็ยิ่งดี ส่วนในภาพยนตร์ที่มีความคมชัดระดับ HD (720p) จะใช้เฟรมเรตที่ 60 fps จึงจะถือว่าลื่น

ซึ่งทั้งนี้จอที่จะใช้แสดงผลก็จะต้องรองรับที่ความละเอียดในการแสดงภาพต่อวินาทีด้วยนะคะ ซึ่งในจอหน่วยจะไม่ได้ใช้เป็น fps ค่ะแต่จะใช้เป็น Hz แทน แต่เอาจริงๆ จอโน๊ตบุ๊คในสมัยนี้ก็รองรับการแสดงผลภาพเคลื่อนไหวที่มีเฟรมเรตสูงๆได้แทบจะทุกแบรนด์แล้วไม่น่ากังวลเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าจะนำมาใช้เล่นเกมหรือหนัง 3D ละก็ ควรจะต้องหาจอที่เป็นแบบ 120 Hz เพราะมันต้องใช้การสร้างภาพขึ้นมาสองชุด ชุดละ 60 เฟรมแสดงผลพร้อมกันแต่แยกชั้นในการแสดงผลเท่านั้นเองค่ะ

อัตราเฟรมเรตของเทคโนโลยีแต่ละประเภท

  • ภาพยนต์ มีอัตราเฟรมเรตอยู่ที่ 24 เฟรม/วินาที
  • โทรทัศน์ระบบ Palมีอัตราเฟรมเรตอยู่ที่ 25 เฟรม/วินาที
  • โทรทัศน์ระบบ NTSC มีอัตราเฟรมเรตอยู่ที่ 30 เฟรม/วินาที
  • ภาพยนตร์หริเกมที่มีความคมชัดระดับ HD (720p) 60 เฟรม/วินาที

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเกมที่เล่นอยู่เฟรมเรตเท่าไร ?

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับทุกเกมในการแสดงเฟรมเรทก็น่าจะเป็นการดาวน์โหลดโปรแกรมที่มีชื่อว่า FRAPS มาติตตั้งในเครื่องนั้นเองค่ะ เมื่อติดตั้งแล้วมันก็จะทำการตรวจสอบและเปิดการทำงานให้เองเมื่อเล่นเกมโดยเลขเฟรมเรตในขณะนั้นๆจะแสดงขึ้นมาเป็นเลขสีเหลืองตรงมุมบนจอด้านซ้ายมือ ซึ่งเจ้าโปรแกรม FRAPS ตัวนี้สามารถแสดงค่าเฟรมเรทในเกมได้, ใช้จับภาพในเกมได้ , Benchmark ได้ และอัดวิดีโอได้อีกด้วยนะคะ หากสนใจก็ลองไปโหลดมาใช้กันดูค่ะ

ทำไมเกมส่วนใหญ่เฟรมเรตล็อกไว้ที่ 60 เฟรม ?

ในส่วนนี้น่าจะมาจากฟังก์ชัน V-sync ซึ่งเป็นฟังก์ชันในการรักษาความสม่ำเสมอในการแสดงผลของภาพ ฟังก์ชั่นนี้จะมีผลก็ในกรณีที่ว่าจอและการ์ดจอมีความสามารถในการแสดงผลภาพที่ไม่เท่ากัน อาจะมีอาการภาพกระพริบหรือภาพแตก ซึ่งอาการเช่นนี้มักจะเกิดกับคอมฯที่ใช้การ์ดจอแรงๆ เมื่อเปิดV-sync แล้วมันก็จะไปบังคับให้การ์ดจอแสดงผลภาพตามอัตราการแสดงผลของจอได้ (Refresh rate) ส่งผลให้ภาพไม่กระพริบนั่นเองค่ะ ว่าง่ายๆก็คือ ตัวช่วยที่ทำให้ภาพคงที่อยู่ตลอดเวลา และช่วยให้การ์ดจอไม่ทำงานหนักเกินไป แต่ถ้าอยากจะรีดพลังของการ์ดจอออกมาแบบเต็มประสิทธิภาพแล้วละก็ปิดการทำงานของฟังก์ชั่น V-sync ไปเลยก็ได้ค่ะ เพราะส่วนใหญ่ก็จะมีให้ปรับอยู่ใน option ของแต่ละเกมอยู่แล้ว ยังไงก็ลองปรับกันดูตามความถนัดเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล Notebookspec, Comerror ,iWazzuu ,Onlinestation

Comments

comments

Most Popular

To Top