รีวิว Gaming Gears

รีวิว HyperX Alloy Elite คีย์บอร์ดเกมพร้อมปุ่ม Media ครบ

มาแล้วกับรีวิวคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่น่าสนใจอีกตัว HyperX Alloy Elite เป็นรุ่นใหญ่ขึ้นมาอีกจากรุ่นแรกตัวที่แล้ว เพิ่มเติมฟีเจอร์มาให้ครบ

รีวิว HyperX Alloy Elite คีย์บอร์ดเกมพร้อมปุ่ม Media ครบ

HyperX Alloy Elite

และก็มาถึงอีกขั้นของคีย์บอร์ดจากแบรนด์ HyperX ที่คราวนี้เราได้รุ่น HyperX Alloy Elite มาทดสอบให้ชาว AcerSpace ได้ดูกัน บอกเลยว่าน่าสนใจไม่เบา เพราะเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมฟีเจอร์ต่างๆมาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ด้วยความเป็นคีย์บอร์ดสวิตช์ Mechanical จาก Cherry แต่มาราคาระดับ 3,990 บาท ที่ถือว่าอยู่ในกลุ่มระดับกลาง แต่ให้ฟีเจอร์มาครบครัน ใช้งานง่าย ไม่ต้องติดตั้งซอฟท์แวร์อะไรให้ยุ่งยากด้วย ว่าแล้วมาดูกันเลย

ดีไซน์และวัสดุ

หน้าตา HyperX Alloy Elite ทำออกมาในโทนเดิมของแบรนด์ คือดำแดง วัสุดนั้นเป็นพลาสติก แต่สัมผัสแรกที่จับบอกได้เลยว่าเนื้ออย่างดีมาก เนื้อเนียนละเอียด ลักษณะผิวด้าน แต่จะไม่หยาบมาก ออกไปทางเนียนๆ แต่ก็ไม่ได้เรียบสนิท

แต่พอได้จับถือก็จะรู้สึกได้ทันทีถึงน้ำหนักที่มากพอสมควร เพราะภายในนั้นเป็นโครงโลหะทั้งชิ้น ช่วยให้การวางตั้งบนโต๊ะนั้นแน่นหนา ไม่ขยับเลื่อนหลุดเปลี่ยนตำแหน่งได้ง่าย ถ้าหากใครที่เป็นเกมเมอร์สายออกแรงกดน้่ำหนักเยอะ ตัวนี้ก็ตอบโจทย์ได้อย่างสบายๆ ส่วนใครที่ไม่ได้กดหนักมากเท่าไหร่ ก็จะสัมผัสได้ถึงเสียงปุ่มที่นุ่มนวล หนักแน่น ภายในไม่กลวงโบ ช่วยลดเสียงรบกวนได้เป็นอย่างดี

ด้านซ้ายบนของตัวแป้นจะเป็นจุดควบคุมระบบไฟ ไล่เรียงไปจากซ้ายสุดคือปุ่มปรับระดับความสว่างได้ทั้งหมด 4 ระดับ คือ ปิด, หรี่, กลาง, สว่าง ต่อมาเป็นปุ่มปรับเอ็ฟเฟ็กต์แสงไป มีด้วยกันทั้งหมด 6 แบบ คือ ไฟค้างปกติ, ไฟแบบ Breathing ค่อยๆสว่างและค่อยๆดับสลับกันไป, ไฟสว่างเฉพาะปุ่มที่กด แล้วค่อยๆดับลงไป, ไฟแบบกระจายออกเป็นวงจากปุ่มที่เรากด, ไฟแบบคลื่น วิ่งจากทางซ้ายไปขวาวนไปเรื่อยๆ, ไฟค้างสำหรับโหมด FPS ที่จะติดเฉพาะ 10 ปุ่ม คือ 1,2,3,4,W,A,S,D,Ctrl และ Space Bar ส่วนปุ่มสุดท้ายเป็นโหมดเกม เพื่อปิดการทำงานของปุ่ม Windows กันนิ้วไปเผลอโดนแบบไม่ตั้งใจ

มุมบนขวาก็เป็นอีกจุดเด่นด้วยเช่นกัน เป็นส่วนควบคุมของ Media ต่างๆทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ปุ่ม ย้อนกลับ, เล่น/หยุด, ไปข้างหน้า, ปุ่มปิด/เปิดเสียง และวงล้อสำหรับปรับระดับเสียงดัง/เบา ที่สะดวกมากๆ ตรงนี้ถือเป็นอีกจุดเด่นที่จะไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักจากเจ้าอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่จะชอบทำเป็นแบบปุ่มผสม คือต้องกดปุ่ม Fn ค้างแล้วไปกดปุ่มอื่นเพิ่ม แต่ HyperX Alloy Elite ตัวนี้ให้มาแยกหมดเลย ไม่ต้องใช้สองนิ้วให้วุ่นวาย นิ้วเดียวก็กดได้สบายๆ สะดวกมาก ชอบ

อีกจุดเด่นคือแถบไฟเส้นสีแดงยาว เพิ่มความสวยงามที่ไม่มีใครเหมือนกัน รวมไปถึงแป้นรองข้อมือ ที่มีเสริมมาให้ด้วยในรุ่นนี้ ทำให้สามารถวางมือได้ถนัดมากยิ่งขึ้น พร้อมๆกับเพิ่มความสวยงามตัวคีย์บอร์ดไปด้วย ใครที่ชอบให้คีย์บอร์ดดูตัวใหญ่ๆ หรือชอบให้มีแผ่นรองวางให้ได้องศาน่าจะชอบตัวนี้มากเลยแหละ

ส่วนที่ด้านหลังใกล้ขั้วสาย ก็ยังมีช่อง bypass USB มาให้ สำหรับการเชื่อมต่อกับเมาส์ หรือจะเป็นพวกอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอกก็ได้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นอีก

ในกล่องยังมีแถมปุ่มสีเทาแยกมาให้อีก 8 ปุ่มด้วยกัน สำหรับใครที่เป็นคอสายเกม FPS ตัวจริง เปลี่ยนไว้รู้ว่าเรานี่แหละสายยิงพันธฺุ์แท้นะจะบอก ยิ่งใช้ควบคู่กับโหมดไฟ FPS ด้วยแล้วก็ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่

ไฟแดง ดุดันสไตล์เกมมิ่ง

ถือเป็นสี Theme ของแบรนด์ตั้งแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว คีย์บอร์ดตัวนี้เลยใส่เป็นไฟสีแดงมาให้ ปรับเปลี่ยนสีเพิ่มไม่ได้ ด้วยความตั้งใจทำมาสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นในส่วนการเปลี่ยนไฟอะไรนัก แต่ให้ฟีเจอร์ด้านอื่นที่จำเป็นมากกว่ามาแทนนั่นเอง

สวิตช์ Cherry Red

จริงๆแล้วทำออกมาทั้งหมด 3 แบบ แต่ว่าอันที่เราได้มารีวิวนี้ จะเป็นตัวสีแดง อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบเลย แต่กับสวิตช์สีแดง ก็ถือว่าเป็นที่นิยมในหมู่เกมเมอร์บ้านเราไม่น้อย เพราะเห็นมีหลายๆคนชอบใช้กัน ส่วนใครที่ยังไม่เคยสัมผัส ก็ยากที่จะอธิบายด้วยตัวหนังสือให้เข้าใจ เราขอแนะนำว่าให้ไปหาลองกดตามหน้าร้านชั้นนำได้เลย เดี๋ยวนี้หาไม่ยาก มีกัน

ฟันธง

เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งอีกตัวที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่นจากฟีเจอร์ที่เสริมการใช้งานประจำวันให้สะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างปุ่มควบคุม Media และเสียง Volume เพราะจากที่ได้ทดลองใช้งานจริง มีประโยชน์มาก จะปิดเสียงก็รวดเร็วทันใจ ปรับเสียงให้ดังเบาก็เพียงนิ้วเดียวเลื่อนขึ้นลง สะดวกไปหมด ลดความวุ่นวายในชีวิตไปได้เยอะเลย

ส่วนการเอามาใช้งานเล่นเกมนี่ก็ไม่เป็นรองอะไรอยู่แล้ว จากสวิตช์แบบ Mechanical ของ Cherry สีแดง ที่ใครหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในวงการ ว่านี่คือแบรนด์สวิตช์เบอร์หนึ่งเจ้าตลาด ดังนั้นเรื่องคุณภาพนั้นหายห่วงไปได้ ส่วนงานประกอบและวัสดุที่ HyperX เลือกใช้ ก็ทำมาได้อย่างดีเยี่ยมเหนือความคาดหมาย เพราะเห็นว่าเป็นแบรนด์ใหม่ ที่เข้ามาทำตลาดได้ไม่นาน แต่กลับทำออกมาได้ดีเกิดคาดไปเยอะเลย

ราคา 3,990 บาท ถือว่าไม่ได้แพงจนเกินไป แม้ว่าอาจจะไม่ได้ถูกสำหรับใครหลายคน แต่เราก็บอกได้ว่ามันมีความคุ้มค่าน่าหามาใช้งาน ถ้าหากอ่านรีวิวดูแล้วยังไม่เชื่อ ก็แนะนำว่าลองไปหาลองกันดูอีกทีก็จะดี เพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อ้อ แล้วก็ประกันให้มา 2 ปีด้วยนะ ใช้กันได้ยาวๆ ลดความกังวลว่ามันจะเสียลงได้อีกตั้งปี เพราะส่วนใหญ่ก็ให้กันมาแค่ปีเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.hyperxgaming.com/th/keyboards/alloy-elite-mechanical-gaming-keyboard

Comments

comments

Most Popular

To Top