ข่าว

Google Self-Driving Cars คืออนาคตที่น่าหวาดหวั่นของคนขับแท็กซี่?

ผมเชื่อว่าแทบทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้จะต้องเคยขึ้นแท็กซี่ และถ้าให้พูดถึงรถแท็กซี่ในบ้านเราให้วัดกันในเรื่องของเสียงชมกับเสียงติติง ดูเหมือนว่าอย่างหลังจะมีเยอะกว่า

ผมเชื่อว่าแทบทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้จะต้องเคยขึ้นแท็กซี่ และถ้าให้พูดถึงรถแท็กซี่ในบ้านเราให้วัดกันในเรื่องของเสียงชมกับเสียงติติง ดูเหมือนว่าอย่างหลังจะมีเยอะกว่า

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความไม่มีระเบียบ โกงเงินค่าโดยสาร ทิ้งผู้โดยสาร ปฏิเสธผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่เคารพกฏหมายจราจร ลฯ ดูได้จากสถิติการร้องเรียนรถสาธารณะ 1584 เมื่อปีที่แล้ว (2557) พบว่ามีการร้องเรียนแท็กซี่กว่า 33,000 ครั้งเรื่องร้องเรียนอันดับหนึ่งเลยคือเรื่องของการปฏิเสธการรับผู้โดยสาร อันดับสองเรื่องของการแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ

ร้องเรียน3

ที่มาของภาพสถิติ – tcijthai.com

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ดีขึ้นเลย

แม้ว่าจะมีการจับและปรับตักเตือนผู้ที่กระทำผิดกันอย่างเข้มข้นมากขึ้นจากที่เราเห็นหน้าข่าวสารต่างๆ แต่เมื่อผมลองไปเช็คสถิติการร้องเรียนร้องเรียงรถแท็กซี่ในปี 2555 เมื่อ 3 ปีก่อนมีการร้องเรียนถึง 30,000 ครั้ง และ สถิติการร้องเรียนร้องเรียงรถแท็กซี่ในปี 2556 มีการร้องเรียนกว่า 38,000 ครั้ง เมื่อเทียบกับสถิติของปีที่แล้ว 2557 จะเห็นว่ามันลดลงนิดเดียว เรื่องที่ร้องเรียนก็คือเรื่องเดิมๆ อันดับหนึ่งปฏิเสธการรับผู้โดยสาร อันดับสองเรื่องของการแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ

google-car

ภาพข่าวแจ้งสถิติการร้องเรียนรถแท็กซี่ปี 2555

ร้องเรียน4

ภาพข่าวแจ้งสถิติการร้องเรียนรถแท็กซี่ปี 2556

ผู้บริโภคควรทำอย่างไร

ในเมื่อผู้ให้บริการไม่มีการพัฒนา ผู้บริโทคอย่างเราก็ต้องปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยีที่มีอยู่ และเฝ้ารอเทคโนโลยีใหม่อย่างใจเย็นๆ สิ่งที่เราต้องเรียนรู้เลยคือแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ใช้เรียกแท็กซี่ที่มีคุณภาพอย่างเช่น EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber โดยเราสามารถเรียกแท็กซี่ ให้มารับได้ถึงที่ไม่ปฎิเสธผู้โดยสาร บริการดีกว่า เช็คคุณภาพคนขับได้ร้องเรียนได้ จ่ายได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต มีทั้งราคาพอๆกับแท็กซี่ทั่วไปและแบบแพงกว่าแต่นั่งรถหรูกว่า อีกอย่างคือบางครั้งมีโปรโมชั่นส่วนลดให้ด้วย แต่ก็ยังมีจำกัดในเรื่องของจำนวนรถ และ และบางทีอาจต้องรอรถนาน

ตารางเงิน

ข้อมูลตารางเปรียบเทียบค่าบริการ ที่มา – droidsans.com

คนขับแท็กซี่ธรรมดากับคนขับรถแท็กซี่ให้แอพพลิเคชั่นต่างๆเหล่านี้ต่างกันยังไง

คนขับแท็กซี่ให้แอพพลิเคชั่นต่างๆเหล่านี้เขาจะต้องทำการลงทะเบียนประวัติและผ่านการอบรม หากทำงานดีลูกค้าชมก็จะมีการเลื่อนขั้นซึ่งการเลื่อนขั้นก็จะมีสวัสดิการต่างๆ แถมมีเงินเดือนให้ ทำให้คนขับแท็กซี่ให้แอพพลิเคชั่นต่างๆเหล่านี้จึ่งมีการพัฒนาตัวเอง และการบริการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพวกเขา

นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับในเวลานี้ส่วนในอนาคตที่ผมให้รออย่างใจเย็นๆนั้นก็คือ Google Self-Driving Cars หนึ่งในสุดยอดโปรเจ็คของ Google นั้นเอง

Google Self-Driving Cars คือนวัตกรรมที่จะทำให้คนขับรถแท็กซี่ตกงาน

หลายคนคงจะยังไม่ทราบว่า Google นอกจากทำในเรื่องของ Search engine หรือระบบปฏิบัติการ Android แล้ว Google เองก็ยังทำด้านอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายยกตัวอย่างเช่น “รถไร้คนขับ” หรือ “Self-Driving Cars” เป็นโปรเจ็คที่ทำมาตั้งแต่ปี 2009 มีการทดสอบวิ่งไปแล้วเกินกว่า 1 ล้านไมล์  เกิดอุบัติเหตุเพียงแค่ 11 ครั้งและทุกครั้งคือถูกชนท้ายขณะที่จอดรอสัญญาณไฟ (อ้างอิงจาก The Verge) เริ่มทดสอบวิ่งจริงกันบนถนนแล้ว

และก็มีข่าวลือออกมาจากเว็บไซต์ Bloomberg ว่า Google นั้นมีเป้าหมายของโปรเจ็ค Self-Driving Cars คือการนำมาใช้ทำเป็นรถแท็กซี่ โดยบริการแท็กซี่ของ Google นั้นจะถูกเรียกว่า “Free Ride” คือไม่คิดค่าบริการแต่ขอแลกเป็นการโฆษณาเท่านั้นเอง จากข่าวลืนนี้หลุดไปทาง Google เองก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธก็ต้องดูว่า Google จะเริ่มพร้อมเมื่อไรหลังจากทดสอบมา 6 ปีแล้ว คงอีกไม่กี่ปีเราคงจะได้เห็นรถแท็กซี่ไรคนขับ

ต่อให้ Google Self-Driving Cars จะไม่ทำรถแท็กซี่ อนาคตก็มีเจ้าอื่นทำอีกอยู่ดีเพราะระบบรถไร้คนขับนั้นไม่ได้มีแค่ Google เท่านั้นที่พัฒนา!!

14608391133_4da95c181a_z

แท็กซี่จะตกงานจริงหรือ?

แอบเห็นใจคนขับรถแท็กซี่ดีๆอยู่เหมือนกันแต่โลกก็ต้องพัฒนาต้องหมุนกันต่อไป ถามว่าถ้า Self-Driving Cars มาคนขับรถแท็กซี่จะตกงานจริงๆหรือเปล่า เอาแค่แอพพลิเคชั่นอย่าง Uber ก็แย่งลูกค้าของคนขับแท็กซี่ไปจนคนขับแท็กซี่แบบเก่าๆออกมาต่อต้านหลายประเทศ แต่ก็น่าจะคิดบ้างนะทำไมผู้บริโภคถึงหันไปนั่ง Uber ทั้งๆที่แพงกว่า

นี่ถ้า Self-Driving Cars เปิดใช้บริการจริงๆ ตามข่าวลือ ไม่มีคนขับ ไม่ต้องลาป่วยลาพัก ไม่พูดไม่บ่น ไม่เลือกงาน ไม่โกง ไม่ขับอ้อม เลือกเส้นทางที่ดีที่สุด ปลอดภัย รักษากฏหมาย มีหรือที่ผู้ประกอบการรถแท็กซี่และผู้บริโภคจะไม่เอา!!

แล้วจะทำอย่างไรกันดีสำหรับคนขับรถแท็กซี่

แน่นอนผู้ที่ทำอาชีพขับรถแท็กซี่เองก็ต้องจับกลุ่มกันปรับปรุงพัฒนาการบริการให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่าที่มีอยู่มันก็ดีอยู่แล้วไม่เห็นต้องเอาอะไรมาเปลี่ยนดู EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber เขายังทำกันได้เลย!!

ป.ล.อย่าคิดว่าคนขับรถโดยสารประจำทาง,รถตู้, รถทัวร์จะรอดระวังให้ดีอย่าให้ผู้ใช้บริการเขามีทางเลือกเขาจะไม่เหลี่ยวหลังกลับมามองเลย #ความรักก็เช่นกัน

Comments

comments

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Most Popular

To Top