ข่าว

7 ข้อควรรู้ ชาร์จ Battery ยังไงไม่ให้เสื่อมเร็ว !

หนึ่งในปัญหาที่หลายๆคนกังวลกันเกี่ยวกับการใช้งานมือถือ นั่นก็คือ “กลัว Battery เสื่อม ” เพราะรุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นไม่สามารถถอดแบตฯ ออกมาเปลี่ยนเองได้อีกแล้ว

คนส่วนใหญ่เมื่อซื้อมือถือหรือแท็บเล็ตมาแล้วจะไม่ประคบประหงมดูแลอย่างดี แทบทุกคนล้วนแต่พยายามเฟ้นหาวิธีที่ทำให้มือถือหรือแท็บเล็ตเครื่องที่ซื้อมาให้มันสามารถที่จะอยู่กับเราไปนานๆ และหนึ่งในปัญหาที่หลายๆคนกังวลกันก็คือ “กลัว Battery เสื่อม ” อย่างที่ทราบกันดีว่า มือถือและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นไม่สามารถถอดแบตฯ ออกมาเปลี่ยนเองได้อีกแล้ว ฉะนั้นวันนี้แอดมินจึงขอนำเคล็ดลับวิธีถนอมแบตเตอรี่มือถือและแท็บเล็ต 7 ข้อ มาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ

ทำความรู้จัก Battery

184

ก่อนอื่นเลยเราอาจจะต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อยเกี่ยวกับแบเตอรี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าแบตเตอรี่ในมือถือและแท็บเล็ตส่วนใหญ่นั้น จะเป็นแบบ Li-ion และ Li-Polymer ทั้งสองแบบมีการทำงานในลักษณะ นับรอบการชาร์จ (Cycle) แต่ไม่ได้นับเป็นจำนวนครั้งนะคะ โดยแรงดันในการชาร์จจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกันนั่นก็คือ 1C 2C และ 3C ค่ะ โดยจะมีความหมายดังต่อไปนี้ 

  • 1C หมายถึง การชาร์จ ในระดับพลังงานแบตเตอรี่ มากกว่า 65-70%
  • 2C หมายถึง การชาร์จ ในระดับพลังงานแบตเตอรี่ ปานกลาง 35-60%
  • 3C หมายถึง การชาร์จ ในระดับพลังงานแบตเตอรี่ ต่ำกว่า 30%ระดับแบตเตอรี่ที่ควรชาร์จ

 

ความแตกต่างของทั้ง 2 อย่างนี้มีค่อนข้างน้อย (สูสีกินกันไม่ลงเลยทีเดียว) เพราะแบตเตอรี่ประเภท Li-Polymer จะมีราคาราคาที่สูงกว่าก็จริงอยู่ แต่ก็มีความเบาและบางกว่า ซึ่งในขณะที่ Li-ion นั้นมีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าราคาถูกกว่า แต่ก็มีความหนามากกว่า คือถ้าเทียบกันในเรื่องการใช้งานมือถือแบบขนาดพกพาแล้วละก็ แบตเตอรี่แบบ Li-ion ก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่ไม่ค่อยถูกใช้มากนัก เพราะมีเรื่องของความหนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันความบางเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อมือถือแบรนด์นั้นๆ เป้นอย่างมากถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงก็ตาม

ชาร์จแบตเตอรี่ยังไงไม่ให้เสื่อมเร็ว

 

Save Batt

สำหรับวิธีการนั้นก็ไม่มีอะไรยุ่งยากค่ะ แค่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความเคยชินบางอย่างของเราก็เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งถ้าทำเป็นประจำจนติดเป็นนิสัยเจ้าแบตเตอรี่ในมือถือหรือแทบเล็ตของเราก็จะสามารถใช้ได้นานตลอดอายุการใช้งานเลยละค่ะ มาเริ่มวิธีแรกกันเลยดีกว่าค่ะ ^^

1. ควรชาร์จมือถือและแท็บเล็ตก็ต่อเมื่อระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 65-70%(1C) จะดีที่สุดค่ะ แต่การใช้งานจริงคงจะได้ระดับ 35-60% (2C) ซึ่งก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ค่ะ โดยผลการทดสอบจากต่างประเทศได้ระบุไว้ว่าหากชาร์จแบตเตอรี่ที่ระดับต่ำกว่า 30% (3C) จะสามารถชาร์จได้ประมาณ 300 รอบ(Cycle) แต่หากเราชาร์จที่ระดับ 1C และ 2C จะสามารถชาร์จได้มากกว่า 400-500 รอบ (Cycle) “ดังนั้นไม่ควรชาร์จในขณะที่แบตต่ำกว่า 30% นั่นเอง เพราะมันจะเสื่อมเร็ว”

2. อยากจะชาร์จเมื่อไรก็ชาร์จไป (ตามข้อที่ 1) แต่ห้ามใช้แบตจนหมดเกลี้ยงในระดับเปิดเครื่องไม่ติด(แบตเหลือ 0%) โดยเด็ดขาดเพราะแบตมันจะพังไวมาก!!

3. ถ้าหากไม่ได้ใช้มือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ (ในกรณีที่แบตเตอรี่สามารถถอดออกมาได้ ) ควรถอดแบตเตอรี่เก็บไว้ในขณะที่มีประจุประมาณ 40% และควรที่จะเก็บเอาไว้ในที่เย็น และไม่มีความชื้นค่ะ โดยค่า 40% นั้นเป็นตัวเลขที่มาจากห้องทดลองเลยทีเดียว

4. มือถือและแท็บเล็ตในปัจจุบันนั้นมี ระบบตัดไฟเมื่อชาร์จแบตจนเต็ม 100% และมันจะต่อไฟตรง เหมือนกับที่เราเห็นมันขึ้นเป็นรูปสายไฟแทนฟ้าผ่าค่ะ แต่ถ้าหากแบตมันลดลงเพียง 1% มันก็จะชาร์จใหม่ โดยจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเราจะเล่นเกมส์หนักหน่วงขนาดไหนในขณะที่ชาร์จมันก็จะเต็มตลอด (ไม่เหมือนโน๊ตบุ๊คที่จะตัดไฟเมื่อแบตเต็ม และชาร์จใหม่เมื่อแบตลดลงเหลือ 90%) ซึ่งจะทำให้เราสูญเสียรอบการชาร์จไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเราชาร์จเสร็จก็ควรถอดปลั๊กออกเพื่อนำมาใช้งาน และเมื่อถึงระดับ 35-60% ค่อยนำกลับไปชาร์จใหม่จะดีที่สุด

5. ควรใช้ที่ชาร์จแบตที่มีคุณภาพ และหลีกเลี่ยงที่ชาร์จปลอมเพราะอาจจะทำให้จ่ายไฟไม่นิ่งได้ และสิ่งที่หลายคนนั้นมองข้ามไปนั่นก็คือ สายไฟที่เราใช้ชาร์จนั่นเอง ก็ควรที่จะเป็นสายที่มีคุณภาพในการนำไฟฟ้าได้ดีในระดับหนึ่งเหมือนกัน

6. หลีกเลี่ยงการทำแบตเตอรี่ตกพื้น เพราะอาจจะทำให้สารเคมีในแบตรั่วไหล หรือขั้วแบตอาจจะหลุดออกมาก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลให้จ่ายไฟไม่นิ่ง และการใช้งานกับตัวเครื่องมือถือหรือแท๊บเลทมีปัญหาได้

7. เวลาที่จะชาร์จไฟ ควรเสียบที่ชาร์จกับปลั๊กไฟ ก่อนแล้วค่อยเอาหัวชาร์จมาเสียบกับมือถือหรือแท็บเล็ตอีกทีเพื่อป้องกันไฟกระชากค่ะ

สำหรับใครที่ปฏิบัติตรงกันข้ามกับวิธีการถนอมแบตเตอรี่ทั้ง 7 ข้อที่แอดมินบอกไป ก็ค่อย ๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละนิดดูนะคะ เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีและที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนแบตหรือเปลี่ยนเครื่องบ่อยๆด้วยละค่ะ ^^ สำหรับเพื่อน ๆคนไหนที่มีข้อมูลอยากแนะนำติชมก็สามารถมาพูดคุยกับเราได้ที่ FB : Acerspace นะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ ^^

Comments

comments

Most Popular

To Top